เด็กน้อยกับตั้กแตน

posted on 29 Jan 2011 17:59 by shinai-tentomushi
   มันเป็นเรื่องในวัยเยาว์ของผมที่ผมยังจดจำได้ดีไม่ว่าเวลาจะผ่านมาแค่นั้นก็ตาม ตอนนั้นเท่าที่นึกได้ผมน่าจะยังไม่ได้เข้าเรียนประถม เย็นวันหนึ่งผมกับแม่และเพื่อนแม่นั่งรถมาสด้าเพื่อไปชื้อของที่ตลาดสวนมะม่วง ในระหว่างที่กำลังชื่อของอยู่นั้น แม่ก็ไปเจอรถเข็นขายตั้กแตนทอดเข้า แม่เลยชื้อตั้กแตนทอดมาให้ผมหนึ่งถุง ชึ่งนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้กินตั้กแตนทอด จำได้ว่าตั้กแตนทอดนั้นรสชาติทั้งกรอบทั้งมัน เป็นรสชาติที่อร่อยอย่างบอกไม่ถูกที่เดียว และแถมมันยังกรอบไปทั้งตัวอีกด้วย ทำให้เวลากินนี่รู้สึกเพลินดี (ตอนนี้ยังนึกอยู่เลยว่าตอนนั้นกินตั้กแตนทั้งตัวเข้าไปได้ยังไง?) ผมกินตั้กแตนทอดจนจะหมดถุงอยู่แล้ว จู่ๆ ผมเริ่มมีอาการแปลกๆ คือเริ่มมีผื่นแดงๆ ผุดขึ้นมาที่ละน้อยจนเต็มตัวไปหมด แถมรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายมันไม่มีแรงไปดื้อๆ แม่กับเพื่อนของแม่เห็นท่าไม่ดีเลยรีบเรียกรถมาสด้าเพื่อส่งผมไปโรงพยาบาล ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้คือแม่อุ้มผมใส่กระบะหลัง พอรถออกไปได้หน่อยผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย
   หลังจากผ่านวันนั้นมา แม่ผมเล่าในผมฟังว่าอาการที่ว่านั้นเป็นอาการแพ้เพราะตั้กแตนทอดที่ผมกินเข้าไปมียาฆ่าแมลงผสมอยู่ ชึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนั้นมาผมเลยไม่กล้าที่จะกินอาหารจำพวกแมลงทอดอีกต่อไป แม้ว่าแมลงทอดมันจะ กรอบ มัน อร่อย ก็เถอะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเจอยาฆ่าแมลงเป็นของแถมวันใหน หาชื้อ หมู เห็ด เป็ด ไก่ ธรรมดาๆ ที่ขายตามตลาดทั่วไปมากินมันน่าจะปลอดภัยกว่าอีก ว่ากันว่าเมื่อโลกนี้ไร้ชึ่ง หมู หมา กา ไก่ หรือ ฟักแฟง แตงโม แล้ว เหล่าแมลงตัวนั้น ตัวนี่ จะเป็นแหล่งอาหารสุดท้ายของมนุษย์ได้อีกเป็น 100 ปี แต่โชคดีที่ผมคงไม่อยู่ถึงวันนั้นละนะ เพราะผมทำใจกินมันไม่ได้จริงๆ

Vanguard Princess กับ CUT-IN ใหม่

posted on 10 Dec 2010 22:08 by shinai-tentomushi in Vanguard-Princess
   ตอนนี้ทางเว็ป suge9.blog58.fc2 ของ Tomoaki Sugeno คนสร้าง Vanguard Princess ก็ได้มีการอัป VDO ตัวอย่าง ของระบบ CUT-IN ใหม่ ชึ่ง CUT-IN ใหม่ที่ว่าจะมีการเสริมภาพตัวละครที่เป็นภาพอนิเมชั่นเข้าไปด้วยในเวลาที่เราใช้ท่าใม้ตาย ทำให้เวลาใช้ที่ท่าไม้ตายดูสวยงามากขึ้น ชึ่งแน่นอนว่า CUT-IN ที่เสริมเข้าไปนั้นยังเป็น CUT-IN ที่ "ดี" อีกด้วย ( ก็ตัวเกมเป็นเกมที่ "ดี" มาตั่งแต่ใหนแต่ไรแล้ว จะมี CUT-IN ที่ "ดี" ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก )
เกมนี้เป็นเกมที่ "ดี" จริงๆ
แบบชัดๆ (บล็อกผมจะโดนลบมั้ยนี่? )
 
   ปล. ทุกวันนี้คนเขียนก็ยังเล่น Vanguard Princess อยู่ แม้ว่าจะไม่บ่อยเหมือนเมือก่อนก็เถอะนะ

จบ "ปริญญาตรี" กับเขาเสียที

posted on 10 Dec 2010 13:52 by shinai-tentomushi
   ผมเป็นคนที่มีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการเรียนในช่วยม.ต้นเสียเท่าไรแถม ปวช ก็เรียนไม่จบ แต่อย่างน้อยผมก็ยังเรียน กศน. จนจบ ม.6 มาได้ ถึงจะมีปัญหาอยู่บ้างในตอนทำเรื่องจบแต่อย่างน้อยก็ผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้ หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่ใหม่และได้พักจิตพักใจอยู่ปีกว่า ผมก็คิดว่าจะเอาวุฒิ ม.6 ที่ได้มาเรียนต่อปริญญาตรีเพราะผมไม่อยากหยุดตัวเองอยู่แค่นี้
   "ถ้าร่างกายและจิตใจยังไหว คนเราก็ควรที่จะพัฒนาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
   นั้นคือสื่งที่ผมคิด ผมจึงเลือกที่จะเรียนต่อปริญญาตรีที่ มสธ เพราะการศึกษาทางไกลและการศึกษาด้วยตัวเองเป็นทางที่สะดวกที่สุดสำหรับผม จากตอนนั้นมาถึงตอนนี้ในที่สุดผมก็เดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว
ขอเซ็นเซอร์หน่อยนะจ็ะ
   ที่เห็นในภาพคือใบรับรองว่าผมสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาศิลปศาตร์ เอกสารสนเทศทั่วไปเแล้ว โดยที่ผมเรียนนั้นเป็นหลักสูตร 4 ปี แต่ใช้เวลาจริงเรียน 6 ปีถึงจะจบ เพราะดั้นไปได้ U (สอบตก) อยู่ 2 วิชา คือ 97301 วัสดุทางการพิมพ์ กับ 22222 การอ่านภาษาอังกฤษ โดยที่ วัสดุทางการพิมพ์ผมได้ U เพราะไม่ได้ท่องสูตรเคมีไปด้วย และการลงเรียนครั้งนั้นเป็นการเรียนภาคพิเศษ ชึ่งการเรียนภาคพิเศษนั้นจะไม่มีสอบซ่อม ถ้าตกคือเรียนใหม่อย่างเดียว ผมก็ลงเรียนใหม่โดยคราวนี้ท่องสูตรเคมีไปอย่างดี และก็ทำใจสอบซ่อมเอาไว้แล้วด้วย แต่ครั้งนั้นผลออกมาว่าสอบครั้งเดียวได้ S (สอบผ่าน) เลยไม่ต้องสอบซ่อม และเพราะวิชานี้เองทำให้ผมได้รู้ว่าทำใมคนไม่ชอบวิชาเคมีนัก
   กับอีกวิชาที่หลายคนรวมทั้งผมกล่าวว่ามันเป็นวิชาที่ยากที่สุดแล้วละ นั้นคือ 22222 การอ่านภาษาอังกฤษ โดยที่วิชานี้เป็นวิชาบังคับไม่เรียนไม่ได้ ซึ่งผมได้ U จากวิชาประมาณ 4 ตัวเห็นจะได้ เลยเก็บวิชานี้ไว้ก่อนเอาไว้ค่อยลงเทอมสุดท้าย ชึ่งพอเทอมสุดท้ายลงเรียนอีกรอบ พอไปสอบผลสอมออกมาก็ยังได้ U อีกนั้นแหละ " โอ้! นี่เราจะเรียนไม่จบเพราะวิชานี้นั้นหรือ? " แต่อย่างน้อยผมก็ยังมีความหวังกับการสอบซ่อมอยู่ละนะ ชึ่งในระหว่างที่กำลังเตรียมตัวสอบซ่อมอยู่ ทาง มสธ. ก็ส่งหนังสือให้เข้าร่วมการอบรมเข้มที่มหาลัย ผมคิดว่า "ไม่ว่ายังไงต้องเอาให้จบไห้ได้" เลยลงซื่อเข้าร่วม พร้อมกับหอบสังขารไป มสธ ที่นนทบุรี โดยที่ครั้งนั้นเป็นครั้งที่ 2 ที่ไปมหาลัย เลยไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไร พอไปถึงผมก็ได้พบกับเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันเกือบร้อย ชึ่งส่วนใหญ่ก็มีเจัาวิชา 22222 การอ่านภาษาอังกฤษ เป็นวิชาสุดท้ายเหมือนผมนั้นแหละ
   สำหรับการอบรมเข้มนั้นจะเป็นการสอนในแต่ละหน่วยวิชาควบไปการทำกิจกรรม พอวันสุดท้ายจะมีการสอบเก็บคะแนน ซึ่งการคิดคะแนนจะเป็น 50+50 โดยที่ 50 คะแนนแรกมาจากการทำกิจกรรม ส่วนอีก 50 คะแนน มาจากการสอบ ซึ่งถ้าเราทำกิจกรรมครบก็เท่ากับว่าได้ 48-49 คะแนนอยู่ในมือแล้ว เหลือแค่สอบให้ได้สัก 25 คะแนนก็ผ่าน ซึ่งผ่านนี้คือผ่านเลยนะครับไม่ต้องกลับไปสอบซ่อมอีก ผมและเพื่อนร่วมชะตากรรมก็เข้าอบรมเข้มอยู่ 3 วัน 2 คืน ชึ่งผลออกมาว่าได้ S เป็นอันว่าผมก็เรียนจบหลักสูตรปริญญาตรีด้วยประการละฉะนี้
ใครก็ไม่รู้
   มาถึงตอนนี้ก็เหลือแต่รอรับปริญญาอย่างเดียวซึ่งผมคงไม่ไปรับรอให้ทางมหาลัยส่งไปรษณีย์มาให้ ในช่วงผมเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งเพื่อจะได้ลองสอบวัดระดับภาษาอังกฤษกับเขาดู เพราะผมยังอยากที่จะเรียนปริญญาโทต่อ ซึ่งสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเป็นเรื่องจำเป็น เท่าที่ผมลองนั่งคิด ผมก็พบว่าตัวเองไม่เคยตั่งใจกับภาษาอังฤษเลยสักครั้ง เลยคิดว่าถ้าผมลองตั่งใจเรียนดูสักครั้ง บางที่ผมจะใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้