posted on 14 Oct 2009 12:24 by shinai-tentomushi in Cremation
ศพที่ผมเผานั้น ผมเองก็ไม่รู้ว่าก่อนตายเขาเป็นอย่างไร แต่ผมสามารถรู้คราวๆ เกี่ยวกับสุขภาพของศพที่เผาได้จากกระดูกที่เหลือจากการเผา ชึ่งวิธีดูก็ง่ายๆ ครับคือ กระดูกที่เหลืออยู่ ยิ่งเป็นก้อนมากเท่าไร แสดงว่าคนตายมีสุขภาพดี ในทางกลับกับถ้ากระดูกป่นมากเท่าไร แสดงว่าคนตายสุขภาพไม่ดี ชึ่งวีธีนี้ไม่ใช่กฏตายตัว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตามนั้นละครับ เพราะเท่าที่ทำมาศพทั่วไปนั้นเผาเสร็จแล้วกระดูกที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นก้อนชึ่งจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ ส่วนศพที่ก่อนตายสุขภาพไม่ดีกินยาตลอดละก็
พอเผาเสร็จแทบหาก้อนกระดูกไม่ได้เลยเพราะกระดูกป่นไปหมด
แต่ไม่ว่าอย่างไรกระดูกจะเป็นอย่างไร พอญาติคัดส่วนที่จะใส่โกฏแล้ว ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปลอยอังคาร ให้ศพชึ่งเกิดจากดินและน้ำได้กลับคืนสู่ดินและน้ำอีกครั้ง
posted on 09 Oct 2009 00:39 by shinai-tentomushi in Cremation
ในช่วงที่ผมเผาศพนั้น มีอยู่ศพหนึ่งที่ผมยังจำติดตาและเตือนใจได้จนถึงทุกวันนี้ เรื่องเกี่ยวกับศพนี้มีอยู่ว่า ตอนนั้นเป็นช่วงเวลา 11.00 โมงกว่าๆ ผมไปเปิดเมรุเพื่อเตรียมเผาศพ ชึ่งศพนี้เท่าที่ผมทราบเป็นศพเด็กอายุยังไม่กี่วัน โดยพ่อ-แม่ของเด็กได้ติดต่อเจ้าอาวาสไว้แล้ว ผมเปิดเมรุเสร็จรอได้สักพักก็มีรถกระบะขับเข้ามาที่เมรุ ที่กระบะมีโลงศพมาด้วย พอรถจอดเสร็จก็มีคนลงมาจากรถ โดยที่เป็นชายสองคนและ หญิงหนึ่งคน ชึ่งมองแว็บแรกก็รู้ได้ทันที่ว่าเป็น พ่อ-แม่ และลุงของเด็ก โดยที่ผู้หญิงผู้ที่ใส่ชุดแบบเดียวกับที่คุณแม่ในหนังใส่กันคนนั้นอุ้มร่างเด็กที่ไม่มีวิญญานมาด้วย ผมเลยเข้าไปทักทายและพูดคุยตามประสาพร้อมกับดูศพไปด้วย ศพในอ้อมแขนเขาผู้หญิงคนนั้นยังเป็นเด็กตัวแดงๆ ที่มีขนาดความยาวเกือบฟุตเห็นจะได้ ผมเห็นอย่างนี้ก็อดเห็นใจพวกเขาไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น แม้เธอจะไม่ร้องไห้ แต่การสูญเสียลูกที่เพื่อคลอดออกมาได้ไม่นาน มันเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจผู้เป็นแม่มากพอดูเลยละ ผมถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายก็ได้คำตอบว่าเด็กที่คลอดมานั้นไม่แข็งแรง ผมให้เธอคนนั้นทำหน้าที่แม่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเอาร่างของเด็กคนนั้นใส่โลง ผมยกเข้าเตาแต่เนื่องจากโลงเล็กผมเลยต้องเข้าไปในเตาเพื่อดันโลงศพให้ติดกับพ่อไฟมาที่สุด
"เด็กทำบุญกับเรามาแค่นี้"
นั้นคือสิ่งที่ทุกคนรวมทั้งตัวผมพูดปลอบใจผู้หญิงคนนั้น ผมทำการปิดเตาและถามไปว่าจะเก็บกระดูกมัย? ชึ่งทางนั้นบอกว่าไม่รับเพราะเด็กคนนั้นคงไม่มีกระดูกให้เก็บ ผมรอให้พวกเขากลับไปก่อนแล้วจึงเริ่มเผา ไม่รู้ครอบครัวนี้ตั้งความหวังกับเด็กคนนี้ไว้มากเพียงใด แต่ต่อไปมันจะเหลือแค่เถ้าถ่านและความทรงจำ รวมถึงย่ำเตือนว่าชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ขนาดเด็กเกิดไม่กี่วันยังตายได้ แล้วเราละจะตายตอนใหนก็ยังไม่รู้ เพราะฉะนั้น อย่าให้เวลาที่กำลังหมุนไปเสียเปล่่า ถ้ามีอะไรที่อยากทำ ให้รีบทำชะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ
posted on 09 Oct 2009 00:36 by shinai-tentomushi in Cremation
ตามธรรมดาแล้วเวลาที่จะเผาศพนั้นทางเจ้าภาพหรือญาติของศพจะต้องเอาใบมรณะบัตรหรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "ใบตาย" มาให้ด้วย
เพราะการเผาศพที่ไม่มีใบมรณะบัตรมันผิดกฎหมายครับ
จริงอยู่ที่ศพที่เราจะเผานั้นมีการจัดงาน
ชึ่งเชื่อได้ว่าไม่ใช่ศพที่ไม่มีที่มาที่ไป
แต่ถ้าไม่มีใบมรณะบัตรมาให้ผมเองก็เผาไม่ได้เหมือนกัน
เรื่องที่ยังจำได้เลยคือ
ตอนนั้นมีศพอยู่ศพหนึ่งชึ่งเป็นยายแก่ๆ สติไม่ดี
ชึ่งยายคนนี้ชอบเข้ามาอยู่ที่วัดบ่อย ผมและคนในวัดรู้จักแกดี
ต่อยายแกหายตัวไปชึ่งนานพอควร ผมมาเจอยายแกอีกที่ก็พบว่าแกอยู่ในโลงแล้ว
โดยที่มีคนบอกในฟังว่ายายแกโดนรถชนชึ่งไม่ต้องห่วงคนขับหลอกครับ
เพราะคนขับรถที่ชนยายแกหนีไปเรียบร้อยแล้ว ที่นี้ยายแกก็ไปนอนโรงพยาบาล
แล้วแกก็เสียที่โรงพยาบาลนั้นแหละครับ
ชึ่งศพอยู่ที่โรงพยาบาลได้ประมาณเดือนกว่าๆ เพราะไม่มีญาติมารับ
ที่ศพยายแกมาที่วัดได้เพราะว่ามีคนไปเอาศพที่โรงพยาบาลแล้วไปเจอศพยายแกเข้า
เลยเอามาตั่งที่วัด ชึ่งที่วัดเองก็รับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้จำนวน 3 คืน
เพราะถือว่าเป็นคนวัดคนหนึ่ง พอเสร็จพิธี จะเอาไปเผาก็มีปัญหาเลยครับ
เพราะศพยายแกไม่มีใบมรณะบัตรชึ่งตอนที่เอาศพมาทางโรงพยาบาลไม่ได้ออกให้ด้วย
เพราะคนที่รับศพไม่ใช่ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับศพครับ
เพราะในใบมรณะบัตรจะต้องระบุว่าคนที่ไปรับศพเป็นอะไรกับศพ
ทางที่น่าจะใช้ได้คือให้ญาติมารับรอง แต่ญาติของยายแกนั้นอยู่ที่กรุงเทพฯ
แต่ไม่มีใครมางานสักคน
ผมเองเลยต้องรอกว่าชั่วโมงกว่าที่ท่านเจ้าอาวาสจะไปคุยกับทางโรงพยาบาลได้
ผมจึ่งจะได้เผา
ถามว่า ถ้าผมเผาเลยได้ัมัย? คำตอบคือได้ครับ
แต่เสี่ยงเข้าคุกได้เหมือนกับ เพราะถ้าเราเผาแล้ว
สถานที่เผาไม่ตรงกับที่ระบุใว้ในใบมรณะบัตร
(ในใบมรณะบัตรนั้นจะมีส่วนที่ระบุวิธีที่จัดการศพ ว่าเผาหรือฝัง
และที่จัดการศพด้วย ) เขาสามารถแจ้งความได้ครับ
เพราะชะงั้นเพื่อความแน่ใจผมเลยรอใบมรณะบัตรดีกว่า
ดังนั้นเวลาที่จัดงานศพก็อย่าลืมเอาใบมรณะบัตรถ่ายเอกสารพร้อมกับเขียนชื่อและวัตถุประสงค์ที่ใช้เตรียมใว้ด้วยนะครับ